1.  Chili Hip

ร้านอาหารบนดาดฟ้าแบบเอ้าท์ดอร์แห่งใหม่ล่าสุด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านประตูน้ำ บนชั้น 20 ของโรงแรม เซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลียน ที่ตกแต่งโดยเน้นโทนสีแดง เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อ Chili Hip ซึ่งหมายถึงความเผ็ดร้อนของพริก ช่วงเวลาที่อยากแนะนำให้มากัน คือก่อนพระอาทิตย์ตก ไปจนกระทั่งพลบค่ำ เพราะคุณจะได้สัมผัสวิวความสวยงามของเมืองหลวงทั้ง 2 แบบ 2 สไตล์

มาว่ากันถึงเรื่องเมนูอาหารบ้าง ก็ตามชื่อของร้าน Chili Hip ซึ่งเขาจะเน้นสีสันจัดจ้าน และ ความเผ็ดร้อนของพริกเป็นสำคัญ โดยทุกเมนูนั้น แทบจะมีพริกเป็นส่วนประกอบมากน้อยแตกต่างกันไป ส่วนผู้ที่ไม่นิยมทานเผ็ดก็ไม่ต้องกลัวไป เพราะคุณสามารถแจ้งพนักงานได้ เขาก็จะลดความซาบซ่าของพริกในเมนูนั้นๆ ให้กับคุณโดยอัตโนมัติ

ที่อยู่: 487/26 ถนน เพชรบุรี แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์: 02 625 1234

เวลาเปิดทำการ · 17:00–23:00

2. Park Society

Park Society ตั้งอยู่บนชั้น 29 ของโรงแรม SO Sofitel Bangkok มีคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบตกแต่งโรงแรมโดยได้แรงบันดาลใจมาจาก 5 ธาตุ ซึ่งในส่วนของห้องอาหารใช้เป็นธาตุไฟตกแต่งแบบโมเดิร์น ใช้กระจกสะท้อนสีทองเพื่อสร้างจุดเด่นให้ที่นี่มีความหรูหราแต่ยังคงแฝงกิมมิกของความสดใส

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาก็จะเห็นครัวเปิดที่สามารถมองเห็นการทำอาหารและพูดคุยกับเชฟได้โดยตรง เพราะมีโซนที่จัดเป็น Chef’s Table ไว้สำหรับคออาหารตัวจริง ใครมาแฮงก์เอาท์กันจะเลือกนั่งโต๊ะใหญ่ที่อยู่ติดกระจกก็จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ผ่านกระจกล้อมรอบร้าน หรือถ้าอยากเลือกโต๊ะเล็กที่เป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อยก็ได้ เพราะไม่ว่าจะเลือกนั่งโต๊ะไหนก็สามารถมองเห็นวิวสวย ๆ ของกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนได้เหมือนกัน

ที่อยู่: โรงแรม SO Sofitel บางรัก, 2 Sathon Nuea Rd, Silom, Bang Rak, Bangkok 10500

ร้านอาหารไทยบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ณ ชั้น 25 อาคารเดอะคอลัมน์เรสซิเด้นท์ พาคุณชมวิวของถนนสุขุมวิทยามค่ำคืนเพลินเพลินกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะคุณ ลิ้มรสอาหารไทยแสนอร่อยอย่างเนื้อย่างจิ้มแจ่ว ที่ใช้เนื้อวากุชั้นดีย่างให้พอสุก

จิ้มน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้านถูกปากทุกคน ชื่อร้าน Long Table มาจากโต๊ะด้านในร้านที่มีความยาวถึง 25 เมตรเป็นโต๊ะยาวที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ภายในร้านมีมุมให้เลือกนั่งมากมาย ถูกตกแต่งอยู่ในโทนค่อนข้างมืดๆ มีบาร์ที่เป็นเอกลักษณ์คือ บาร์สีดำทึบโปร่งแสงเป็นตัวอักษรเขียนชื่อกรุงเทพมหานครแบบเวอร์ชันเต็มสร้างความสะดุดตาแก่ผู้ที่มาได้ดี

รวมทั้งบรรยากาศ Out Door สุดเจ๋ง ที่เหมาะจะนั่งชมวิวพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าในยามเย็นของกรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ : 48 ซ.สุขุมวิท 16 ถ.สุขุมวิท คลองเตย คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์ : 023022557 , 023022558

4. Sky View

“ที่สุดแห่งบรรยากาศบนถนนเกษตร-นวมินทร์”

สำหรับใครที่กำลังมองหา ร้านอาหารดาดฟ้าดี ๆ ถนนเกษตร นวมินทร์ เลียบทางด่วน ขอแนะนำร้าน “Sky View” ชั้นบนดาดฟ้าของ สกายโดม รีโซเทล (Sky Dome Resotel) ที่ที่คุณและคนพิเศษได้ดื่มไวน์รสเลิศนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อม Take View สวย ๆ 360 องศา คลอด้วยเสียงดนตรีเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก บนถนน เกษตร-นวมินทร์

“Sky View” ร้านอาหารดาดฟ้า เกษตรนวมินทร์ จะทำให้ดินเนอร์ของคุณสุดแสนโรแมนติก ด้วยวิวสวย ๆ ของแสงไฟยามราตรี พร้อมทานอาหารรสเลิศ และดื่มไวน์ชั้นดี เคล้าเสียงดนตรีอคูสติกเบา ๆ ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านตัวคุณไปอย่างช้า ๆ

ที่อยู่ : 114 อาคาร สกายโดม รีโซเทล ถนนประเสริฐมนูญกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เบอร์โทรศัพท์ Sky View : 025531000
เปิดทุกวัน เวลา 18.00 – 02.00 น.

5. Octagon Bar

Octagon Bar  เป็น Rooftop Bar  ขนาดเล็กตั้งอยู่ใจกลางเมืองของกรุงเทพ  การเดินทางแสนสะดวกด้วย BTS สถานีชิดลมร้านเกิดจากแรงบันดาลใจของหุ้นส่วน 2 คนที่ชื่นชอบการทานอาหารและการดื่ม   โดยทั้งคู่อยากมีร้านอาหารเป็นของตนเองที่มีคอนเซปท์เป็น  Rooftop Bar ขนาดเล็ก

เดินทางสะดวกในราคาที่ทุกคนสัมผัสได้จึงได้ลงตัวที่  Mercury Ville Towerตัวร้านเป็นบาร์ขนาดเล็ก โอบล้อมด้วยตึกสูงที่บ่งบอกถึงความทันสมัยปูพื้นด้วยหญ้าเทียมให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในสนามเด็กเล่น

ที่อยู่ : Mercury Ville Tower ชั้น 4 Room OP40 เลขที่ 540 Ploenchit Road แขวงLumpini Phatumwan Bangkok Bangkok

เบอร์โทรศัพท์ : 088 842 4044

6. Above Eleven

Above Eleven เป็นร้านอาหารฟิวชั่นที่มีวิวพาโนราม่าสวยสุดๆอีกแห่งหนึ่งในกลางตัวเมืองกรุงเทพกันเลยทีเดียว ร้านเป็นแบบโอเพ่นแอร์อยู่บนดาดฟ้าชั้น 32 ของโรงแรม Fraser Suits Sukhumit ตัวร้านมี 2 ชั้น ผนังของร้านจะทำด้วยกระจกใสทำให้มองเห็นวิวมุมตํ่าแบบชัดเจน รู้สึกหวาดเสียวเล็กน้อยเมื่อแดินเข้าไปใกล้ริมผนัง ยามค่ำคืนจะเห็นไฟเล็กไฟน้อย ระยิบระยับหลากหลายสีกระจายไปทั่วกรุงเทพ ชีวิตยามค่ำคืนของกรุงเทพก็ยังคงเต็มไปด้วยแสงสีที่สวยงามซะเหลือเกิน โต๊ะเก้าอี้ก็มีหลายแบบให้เลือก จะเป็นแบบโต๊ะกระจกทรงกลมสูงที่ได้นั่งติดขอบผนังกระจกชมวิวแบบเสียวๆ

หรือจะนั่งที่บาร์เพื่อพูดคุยกับเพื่อนฝูงที่มาเที่ยว หรือถ้าชอบแบบสบายแบบผมขึ้นบันไดมาชั้นบนจะมีเป็นแบบโต๊ะเตี้ยกับโซฟาพร้อมหมอนให้ความนุ่มนิ่มสะดวกสบายแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน นอกจากวิวที่สวยงามและโต๊ะเก้าอี้ที่สะดวกสบายแล้วอาหารที่นี่ก็มีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครโดยเป็นอาหารฟิวชั่นแบบ นิคเคอิ ซึ่งเป็นการผสมผสานอาหารระหว่างญี่ปุ่นกับเปรู

บรรยากาศโดยรวมของร้านนี้ ต้องยกให้วิวที่นี่สวยจริงครับ เพราะว่าโดยรอบไม่มีตึกสูงคอยบังทัศนวิสัย แม้กระทั่งในห้องน้ำก็ยังเป็นกระจกใส บรรยากาศเหมาะสำหรับการสังสรรค์ ปาร์ตี้ หรือพาคนรู้ใจมานั่งชิลกันสองคน วันที่ไปมีลมพัดโชยตลอดเวลาไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวเลย อาหารรสชาติแปลกแบบฟิวชั่นไม่ถึงกับอร่อยมากแต่พอทานได้ ร้านเปิดดนตรีแบบสนุกสนานฟังดูแล้วไม่น่าเบื่อเสียงก็ไม่ดังมากจนคุยกันไม่ได้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ พนักงานบริการดีเลิศ แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทยและพูดไทยไม่ค่อยได้ ราคาอาหารก็ค่อนข้างสูง

ที่อยู่: 38/8 Soi Sukhumvit 11, Khlong Tan Nuea, Khet Vadhana, Bangkok, 10110, 10110

เวลาเปิดทำการ · 18:00–2:00

7. Breeze Restaurant

เพียงก้าวเข้าไปในร้านก็จะพบผืนพรม ที่ถักทอเลียนแบบผืนทรายในมหาสมุทรสะท้อนคอนเซ็ปต์ของชื่อร้าน ก่อนจะนำไปสู่สะพานแก้วความยาว 25 เมตร ทอดไปสู่พีระมิดที่ตกแต่งด้วยไฟระยิบระยับคล้ายดวงดาว มองเห็นความงดงามของกรุงเทพฯ ยามเย็นและอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา หากมาในช่วงเทศกาลก็จะเห็นพลุแห่งการเฉลิมฉลองริมน้ำในระดับสายตาพอดี

ร้าน Breeze เป็น 1 ใน 6 ร้านของ State tower ครับ โดยเน้นไปที่ Asian fusion มี head chef เป็นคนสิงคโปร์ ร้านอยู่ที่ชั้น 52 ของตึก State tower ครับ จอดรถที่ใต้ดินแล้วขึ้นลิฟท์รวดเดียวถึงครับ

บรรยากาศ: ร้านนี้ตกแต่งแนว Modern ความเจ๋งคือจากลิฟท์เดินออกมาจะเจอสะพานก่อนเลยครับ สะพานนี้เป็นคารเหล็กพื้นกระจก lighting สีชมพู อลังการดีครับ เสียดายที่ไม่ให้ถ่ายรูป เมื่อลงจากสะพานจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ smoking ที่จะมี drink bar ด้วย กับฝั่ง non-smoking ครับ โต๊ะจะตั้งไล่ๆความสูงกันไปจากตรงกลางไปถึงขอบกระจกเพื่อจะได้เห็นวิวทั่วๆ ทุกโต๊ะครับ ที่ร้านนี้มีส่วน indoor ด้วยซึ่งตกแต่งแบบ contemporary พร้อม wine storage สวยๆ แต่ถ้าฝนไม่ตกคงไม่มีใครเข้าไปครับ 5 ดาวเต็ม

ที่อยู่: 1055 State Tower, Silom Road, แขวง สีลม เขต บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

8.  Attica Sky Lounge

ห้องอาหารอารมณ์โรแมนติก ตั้งอยู่บนชั้น 23 ของโรงแรม อิสติน มีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ ให้ลูกค้าเลือกดื่มด่ำบรรยากาศตามใจชอบ ร้านเน้นสีนัวๆ ให้อารมณ์สนุกสนาน น่าค้นหา เน้นการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำ มีมุมน่านั่งหลายมุมทีเดียว ร้านเน้นสีนัวๆ ให้อารมณ์สนุกสนาน น่าค้นหา เน้นการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำ มีมุมน่านั่งหลายมุมทีเดียว

ที่อยู่ : 1091/343 อาคาร ชั้น 23 โรงแรมอีสติน กรุงเทพฯ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

เบอร์โทรศัพท์ : 026517600
เวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 18.30 – 01.00 น.

9.  Up & Above Bar

บรรยากาศอันแสนอบอุ่น กับครอบครัว และผองเพื่อน พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสที่มีให้เลือกจากห้องอาหารทั้ง 3 แห่งของโรงแรมฯ ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ที่ห้องอาหารอัพแอนด์อะบัฟ (Up & Above Restaurant) อาหารฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นจากห้องอาหารเอเลเมนท์ (Elements) หรืออาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับจากห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato)ร่วมนับถอยหลังพร้อมดื่มฉลองรับศักราชใหม่ที่อัพแอนด์อะบัฟบาร์ (Up & Above Bar) บาร์ครึ่งวงกลมบนชั้น 24 ของโรงแรมฯ เพื่อชมการแสดงดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตาจากใจกลางกรุงเทพฯ หรือแวะรับประทานโซบะ เพื่อเสริมมงคลให้กับชีวิตตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ห้องอาหารยามาซาโตะ

ห้องอาหารอัพแอนด์อะบัฟให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ เชิญทุกท่านร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศในค่ำคืนวันนับถอยหลังเข้าศักราชใหม่ 2560 กับเมนูที่เชฟบรรจงเตรียมมาให้ได้เลือกรับประทานอย่างเต็มอิ่มทั้งเมนูซี่โครงเนื้อนำเข้าชั้นดีอบรับประทานกับซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ ซี่โครงแกะอบราดซอสพาซนิพ (Parsnips) และโรสแมรี่ ตับห่านย่าง อาหารทะเลสดใหม่นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ ล็อบสเตอร์ หอยนางรมสดๆ ปู สลัดผักนานาชนิด พิเศษด้วยมุมอาหารญี่ปุ่นทั้งซูชิ และปลาดิบชั้นดี ปิดท้ายด้วยมุมขนมหวานหลากหลายชนิด

สาขา : โรงแรม โอกุระเพรสทีจ กรุงเทพฯ

ที่อยู่ : 57 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทรศัพท์ : 026879000

10.  Water Y

WATER Y เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 12 ของพิศวิทย์ทาวเวอร์ เหมาะสำหรับพาคู่รักมาดินเนอร์ พร้อมกันนั้น ทางร้านมีดนตรีสด ทั้งแนวเพลง Jazz , Bossa ให้คุณได้ฟังแบบสบายๆ ผ่อนคลายในช่วงยามเย็นและค่ำคืนอันแสนโรแมนติก ทั้งแสง สี เสียง ที่ดูดีมากๆ โดยทางร้านแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนสบายๆ ริมสระว่ายน้ำ และในห้องด้านบน ที่ตกแต่งสวยหรู ตระการตา ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง

นอกจากจะมีบรรยากาศที่ทำให้ใครๆ ก็อยากมาแล้ว ยังไม่จบแค่ตรงนั้น เพราะที่นี่ยังสรรหาดนตรีทั้งวงแบนด์เล็กๆ แต่ไม่ธรรมดามาร้องเล่นให้ฟังเคล้าบรรยากาศ อีกบางวันก็ยังเป็นนักร้องดัง ซึ่งคงต้องจองที่นั่งกันล่วงหน้า เดี๋ยวจะอดอกไปนั่งตากลมด้านนอก แต่มุมด้านในก็เห็นวิวเหมือนกันนะ ถึงที่นั่งริมสระน้ำด้านนอกจะเต็มแล้ว เพราะมีอยู่ไม่กี่โต๊ะ ก็ยังมีมุมโอเพ่นแอร์ ตรงชั้นอื่น หรือมุมด้านในนั่งตากแอร์เย็นฉ่ำในวิวสวยไม่ต่างกันด้วย

โดยรวมๆ แล้ว ร้าน Water Y ถือว่าเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดี บนชั้นบนสุดของอาคาร 12 ชั้น ทำให้มีวิวรอบๆ ที่สวยงาม โดยเฉพาะยามอาทิตย์อัสดง งดงามหาชมยากในกรุงเทพฯ สำหรับอาหารนั้นถือว่าถูกปาก ราคาไม่แพงเกินไป แต่ที่นั่งอาจจะจำกัด ต้องจองกันก่อน เห็นๆ ว่าอยู่บนอาคารสูงแบบนี้ อย่าคิดว่าลูกค้าน้อยนะครับ วันศุกร์ – เสาร์ต้องจองล่วงหน้ากันเลยทีเดียว ไม่งั้นไม่มีที่นั่งครับ สงกรานต์ปีนี้ ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ก็ลองแวะไปชิมกันได้ แล้วเจอกับพวกเราใหม่ ในร้านหน้าครับ “อร่อยจริงเจอกัน“

ที่อยู่: 614/139 อาคารพิศวิทย์คอนโด ชั้น 12 ซอยพหลโยธิน 24 แขวงลาดยาว กรุงเทพมหานคร 10900

โทรศัพท์: 02 939 4917